เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

โรคภูมิแพ้

 
 

โรคภูมิแพ้ (Allergy)

โรคทางเดินหายใจเป็นโรคที่พบมากของประเทศไทย โดยเฉพาะประชาชนในเขตเมืองเนื่องจากมลภาวะและภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้คืออะไร

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสโดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค โรคภูมิแพ้เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ allergen จากสิ่งแวดล้อมซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่ เรียกว่า IgE antibody ตัว antibody นี้จะกระตุ้น Mast cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ อาการแสดงจะเกิดตามอวัยวะต่างๆ เช่นลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูก แน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืด บางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ Anaphylaxis shock

ตัวอย่างโรคที่เกิดจากภูมิแพ้ และสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่พบบ่อย

โรคหอบหืด Anaphylaxis, Eczema, contact dermatitis,

ลมพิษ urticaria allergic conjuntivitis
แพ้ยา แพ้แมลง แพ้ยาง
แพ้อาหาร
โรคภูมิแพ้หรืออาการคัดจมูก
ไรฝุ่น
เรณูหรือเกสรดอกไม้ และหญ้า
สะเก็ดรังแคของสัตว์(แมว สุนัข ม้า)
แมลงสาบ
เชื้อรา
อาหาร(ไข่ขาว นม แป้งสาลี ถั่วเหลือง อาหารทะเล ถั่ว)
เหล็กไนของผึ้งและตัวต่อ
ยา
ยางพารา

การรักษาโรคภูมิแพ้

ยาแก้แพ้ Antihistamine

ยาแก้แพ้เป็นยาหลักสำหรับการรักษาโรคภูมิแพ้ ยาแก้แพ้ในระยเริ่มแรกจะมีผลข้างเคียงที่ไม่พึง ปราถนา เช่นอาการปากแห้ง ทำให้เกิดการง่วงซึมซึ่งเป็นผลเสียต่อการทำงาน การทำงานของยาแก้แพ้จะออกฤทธิ์ที่ H1-receptor คุณสมบัติของยาแก้แพ้ มีดังนี้ ลดอาการที่เกิดจากการหลั่ง histamine เช่น อาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหล แต่ไม่ลดอาการของคัดจมูก สามารถลดอาการคันตา และคันหู ยาแก้แพ้ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์เร็ว

เนื่องจากผลข้างเคียงของยาแก้แพ้มีมากจึงได้มีการพัฒนายาแก้แพ้รุ่นใหม่ที่มีผลข้างเคียงต่ำ ขณะ เดียวกันก็ยังคงมีประสิทธิภาพ ยารุ่นใหม่ต้องมีประสิทธิภาพในการรักษาดังนี้

เยื่อบุจมูกอักเสบจากโรคภูมิแพ้ทั้งชนิดเป็นทั้งปี Perrenial allergic rhinitis และเป็นเฉพาะฤดู seasonal allergic rhinitis
เยื่อบุตาอักเสบจากโรคภูมิแพ้
ลมพิษ ยาที่จัดว่าได้ผลดีสำหรับลมพิษคือ cetiricine,terfenadine ซึ่งออกฤทธิ์เร็วและลดอาการคัน ได้เป็นอย่างดี
ผิวหนังอักเสบแบบ Atopic dermatitis ยาที่ใช้ได้ผลดีคือ cetirizine,loratadine,ketotifen
โรคหืด asthma โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหอบหืดที่มีอาการภูมิแพ้มีอาการคัดจมูก และน้ำมูกไหล

ผลข้างเคียงของยา

อาจจะทำให้ง่วง ซึม และน้ำหนักตัวเพิ่ม แต่อาการน้อยกว่ายาแก้แพ้รุ่นแรกๆ

พิษต่อหัวใจ astemazole,terfenadine จะมีผลต่อการเต้นของหัวใจ แต่ยาตัวอื่นไม่มีผลต่อการเต้น ของหัวใจ

ข้อระวังในการใช้ยา

ควรจะต้องระวังการใช้ยาอื่น เพราะอาจจะเกิดปฏิกิริยา ยาที่ต้องระวังได้แก่

erythromycin,ketoconazole,itraconazole
ไม่ควรใช้ยานี้ในคนตั้งครรภ์
ไม่ควรใช้ยานี้ในคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ควรจะระมัดระวังในคนที่เป็นโรคไต และโรคตับ
ยาลดน้ำมูก Decongestant

คนเราเป็นภูมิแพ้ได้อย่างไร

เนื่องจากเกิดโรคภูมิแพ้เป็นจำนวนมากจึงได้มีการวิจัยหาสาเหตุของโรคภูมิแพ้

กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เช่นพ่อแม่ พี่น้อง ก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจะเป็นโรคภูมิ แพ้ได้ง่าย เด็กชายเป็นมากกว่าเด็กหญิง หากพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้เด็กจะเป็นภูมิแพ้ได้ร้อยละ ๓๐ แต่หากทั้งพ่อและแม่เป็นภูมิ แพ้เด็กจะมีโอกาศเป็นโรคภูมิแพ้ร้อยละ ๕๐-๖๐
สิ่งแวดล้อมของเด็กในขวบปีแรกสำคัญมาก การสัมผัสควันบุหรี่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ สะเก็ด รังแคสัตว์
การใช้ยาปฏิชีวนะ
การรับประทานอาหารสำเร็จรูป เหล่านี้จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้
การติดเชื้อไวรัสในวัยเด็ก การที่มีเชื้อ lactobacillus ในลำไส้หรือการอาศัยใกล้ฟาร์มสัตว์จะลด อุบัติการณ์ของภูมิแพ้
การหลีกเลี่ยงหรือนำสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ออกจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด ในการรักษาโรคภูมิแพ้ ซึ่งจะทำให้ลดอาการของโรคภูมิแพ้และลดปริมาณการใช้ยา

ทำไมคนในเมืองถึงเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น

พบว่าปัจจัยที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง คนใน เมืองอยู่บ้านมาก ติดเครื่องปรับอากาศ ไม่ออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดการติดเชื้อได้ง่าย เด็กกินนมแม่น้อยลง คนรับ ประทานอาหารจานด่วนมาก ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามามาก เช่น สี สารกันบูด คนนิยม เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้านเพิ่ม การตกแต่งบ้าน ติดตั้งพรมและติดเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไรฝุ่นเจริญได้ดี มล ภาวะจากอุตสาหกรรม และการจราจร การสูบบุหรี่

สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในบ้าน

สารก่อโรคภูมิแพ้ในบ้านจะพบได้ตลอดปีและเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรค ภูมิแพ้คัดจมูก โรคหอบหืด ผื่นแพ้ eczema สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่สำคัญได้แก่ ไรฝุ่นพบมากบนที่นอน โซฟา สะเก็ดรังแคสัตว์ น้ำลาย และ เหงื่อของสัตว์เลี้ยง ขนนก ของเสียแมลงสาบ รา

วิธีป้องกันสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน

เปิดหน้าต่างให้เกิดการถ่ายเทของอากาศ โดยเฉพาะห้องครัว ห้องน้ำโดยเปิดหน้าต่างอย่างน้อยครั้ง ละ ๑ ชั่วโมง เปิดวันละสองครั้งหากแพ้เกสรควรปิดหน้าต่าง โดยเฉพาะช่วงที่มีเกสรดอกไม้มาก

ไม่ควรตากผ้าในห้องนอนและห้องนั่งแล่น
ถ้าห้องมีความชื้นมากให้เปิดให้อาการถ่ายเทให้มาก

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้

ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนไว้ในบ้านโดยเฉพาะในห้องนอน

ไม่ควรตกแต่งห้องนอนด้วยพรม หรือมีตุกตา มั่นเช็ดฝุ่นบ่อยๆ
ห้องนอนไม่ควรจะมีชั้น หรือหนังสือ
เครื่องนอนควรจะซักและต้มสัปดาห์ละครั้ง
งดบุหรี่ หรือทาสีในบ้าน
หมั่นทำความสะอาด และดูดฝุ่นบ้านและม่านกันแดด
กำจัดเศษอาหารให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงสาบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง..
http://www.siamhealth.net/index0/allindex.htm
อ่าน: 1,616
  แจ้งลบ
ตอนนี้ ส่วนกระดานพูดคุยในเว็บไซด์สยามของเรา อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องปิดการโพสต์คำถามใหม่ไว้ชั่วคราว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
ขอขอบพระคุณ