เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

มุจลินทร์

 
มุจลินทร์



เป็นชื่อของพญานาคราชซึ่งออกมาขดขนดวงรอบพระกายของพระพุทธเจ้าด้วยขนดหาง ๗ รอบ และแผ่พังพานใหญ่เบื้องบนพระเศียรเมื่อคราที่พระองค์ทรงตรัสรู้ใหม่ๆ ดังความจาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
๑. มุจจลินทสูตร

[๕๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ควงไม้มุจลินท์ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับนั่งเสวยวิมุติสุขด้วยบัลลังก์อันเดียวตลอด ๗ วัน สมัยนั้น อกาลเมฆใหญ่บังเกิดขึ้นแล้ว ฝนตกพรำตลอด ๗ วัน มีลมหนาวประทุษร้าย ครั้งนั้นแล พระยามุจลินท*นาคราชออกจากที่อยู่ของตน มาวงรอบพระกายของพระผู้มีพระภาคด้วยขนดหาง๗ รอบ แผ่พังพานใหญ่เบื้องบนพระเศียรด้วยตั้งใจว่า ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค ความร้อนอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค สัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานอย่าได้เบียดเบียนพระผู้มีพระภาค

ครั้นพอล่วงสัปดาห์นั้นไป พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากสมาธินั้น ครั้งนั้นพระยามุจลินทนาคราชทราบว่าอากาศโปร่ง ปราศจากเมฆแล้วจึงคลายขนดหางจากพระกายพระผู้มีพระภาค นิมิตเพศของตนยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคประนมอัญชลีนมัสการพระผู้มีพระภาคอยู่ ฯ

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

วิเวกเป็นสุขของผู้ยินดี มีธรรมอันสดับแล้ว พิจารณาเห็นอยู่ ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เป็นสุขในโลก ความเป็นผู้มีราคะไปปราศแล้ว คือ ความก้าวล่วงซึ่งกามทั้งหลายเสียได้ เป็นสุขในโลก ความนำซึ่งอัสมิมานะเสียได้ นี้แลเป็นสุขอย่างยิ่ง ฯ



พระพุทธรูปปางนาคปรกที่พุทธศาสนิกชนสร้างขึ้น ก็เป็นนิมิตหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับพระพุทธเจ้าในปางหรือในตอนนี้ เป็นพระพุทธรูปที่เชื่อถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ทางเมตตา เพราะเป็นรูปหรือภาพที่สอนคนโดยทางอ้อมให้เห็นอานิสงส์หรือผลดีของเมตตา เพราะแม้แต่พญางูใหญ่ในสระน้ำก็ยังขึ้นจากสระเข้าไปถวายความอารักขาแก่พระพุทธเจ้า ทั้งนี้พลานุภาพแห่งพระมหากรุณาของพระพุทธองค์





นอกจากนี้มุจลินทร์ ยังเป็นชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง

ต้นจิก หรือมุจลินท์ เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ แต่จะผลิใบใหม่ได้รวดเร็ว สูงราว ๕-๑๕ เมตร อยู่ในสกุล Barringtonia วงศ์ Barringtoniaceae มีทั่วไปทางภาคตะวันออกและภาคกลางของอินเดีย ตลอดลังกาจนถึงย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับใน ประเทศไทยก็มีขึ้นอยู่ทั่วประเทศ ในที่ราบลุ่มตามห้วย หนอง แม่น้ำ มีหลายชนิด เช่น จิกน้ำ จิกบก จิกนา จิกบ้านหรือจิกสวน และจิกเล เป็นต้น ลำต้นของจิกเป็นปุ่มปม และเป็นพู ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ผิวใบมัน ขอบใบจักถี่ มีใบดกหนา ดอกออกเป็น ช่อยาวห้อยเป็นระย้า ยาวประมาณเกือบครึ่งเมตร กลีบดอกสีขาว มีเกสรตัวผู้สีชมพู ถึงแดงจำนวนมาก ผลยาวรี มีสันตามความยาวของผล ๔ สัน และที่ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ด้วย

ในส่วนของสรรพคุณด้านพืชสมุนไพรนั้น ใบอ่อนหรือยอดอ่อน ของจิก รับประทานได้ มีรสฝาดเล็กน้อย ใบแก่ แก้โรคท้องร่วง ราก ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคลมต่างๆ เช่น ลมอืดแน่นในท้อง ส่วนเมล็ด ใช้เป็นยาแก้ไอ แก้อาการจุกเสียด เป็นต้น

ไม้พญานาคนี้ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะดอกมีความสวยงาม และเป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดี




ข้อมูลอ้างอิง...


พระไตรปิฎก ,เว็บธรรมะไทยและ ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ...


เว็บธรรมะไทย และโอเคเนชั่น
อ่าน: 1,280
   แจ้งลบ
ตอนนี้ ส่วนกระดานพูดคุยในเว็บไซด์สยามของเรา อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องปิดการโพสต์คำถามใหม่ไว้ชั่วคราว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
ขอขอบพระคุณ