เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   
ภูมิภาคทั่วไป

"สะเดาะเคราะห์สืบชะตา" (ดวงดาว-คน-กิเลส)

 

ข้าพเจ้า นั่งปรับลมหายใจเข้า-ออก ให้สม่ำเสมอ วางจิตวางใจให้นิ่ง เพื่อละ คติ และอคติใด ๆ ทั้งปวง

พยายามตรองเหตุและผล อีกทั้งความหมายของคำว่า....

"สะเดาะเคราะห์สืบชะตา"

เมื่อแยกความหมายตามตัวอักษร

สะเดาะ

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า...
สะเดาะ ก. ทําให้หลุดออกมาด้วยคาถาอาคม เช่น สะเดาะโซ่ตรวน สะเดาะกุญแจ; ทำให้หมดสิ้นไปหรือ

เบาบางลง เช่น ทำบุญ สะเดาะเคราะห์ปล่อยนกปล่อยปลาสะเดาะเคราะห์ ฯ

เคราะห์

นอกจาก น. เรียกดาวเฉพาะ ๙ ดวง เรียงตามลำดับมหาทักษา คือ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู ศุกร์ เกตุ ซึ่งถือกันว่า มีเทวดาประจําแต่ละดวง ว่า ดาวพระเคราะห์, เรียกดาวพระเคราะห์ทั้ง ๙ ดวง

อย่างรวม ๆ ว่า ดาวนพเคราะห์ ถือว่าเป็นดาวที่ยึดโชคของคน; และสิ่งที่นําผลมาให้โดยไม่ได้คาดหมาย เช่น เคราะห์ดี เคราะห์ร้าย, มัก นิยมใช้ในทางไม่ดี เช่น มีเคราะห์ ฟาดเคราะห์.

สืบ

๑ ก. ต่อเนื่องเป็นลําดับ เช่น สืบราชสมบัติ สืบตระกูล.
๒ ก. เสาะหา, แสวงหา, เช่น สืบความลับ สืบข้อเท็จจริง สืบข่าว.

ชะตา

น. ลักษณะหรืออัธยาศัยบางอย่างที่ทําให้รู้สึกชอบหรือไม่ชอบ ในทันทีทันใด เช่น ถูกชะตากัน ไม่ถูกชะตา

กัน, ลักษณะที่บังเกิด สําแดงเหตุดีและร้าย เช่น ชะตาดีชะตาร้าย; แบบรูปราศีที่บอก ดาวพระเคราะห์เดินถึงราศีนั้น ๆ ในเวลาเกิดของคนหรือเวลา สร้างสิ่งสําคัญเช่นบ้านเมืองเป็นต้นที่โหรคํานวณไว้ โดยแบ่งเป็น ๑๒ ราศีเรียกว่า ดวงชะตา หรือ ดวง, ชาตา ก็ว่า.

สรุป

"สะเดาะเคราะห์สืบชะตา" นัยนี้ น่าจะหมายเอาความหมายที่สอง คือ สิ่งที่นําผลมาให้โดยไม่ได้คาดหมาย เช่นเห็นว่ามีเคราะห์ร้าย จึงต้องทำพิธีให้พ้นเคราะห์ร้ายนั้น

ข้าพเจ้าเอง (ด้วยความเคารพ) และไม่ลบหลู่โหราศาสตร์ เรื่องอิทธิพลหรือศาสตร์แห่งดวงดาว

ทว่า...ข้าพเจ้าเชื่อและให้น้ำหนักเรื่อง "กฏแห่งกรรม" หรือการกระทำด้วย ใจ วาจา กาย ของมนุษย์เอง มากกว่า

(เคยสังเกตุว่า นักพยากรณ์ หรือหมอดูที่ดีทั้งหลายนั้น ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ผู้ที่มาปรึกษาดูดวง รักษา"ศีล" ด้วยตัวเอง)

เพราะว่า...การ คิดชั่ว พูดชั่ว กระทำชั่ว ย่อมรับผลตามเหตุนั้น

และในทางกลับกัน


คิดดี พูดดี ทำดี ผลก็ย่อมดี เป็นไปตามเหตุเช่นกัน



ดังนั้น หากบุคคลหนึ่ง ได้กระทำเหตุ "ชั่ว" หรือ "ดี" สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ทั้งใจ วาจา กาย ครบถ้วนกระบวนสายแห่งกรรม หาใช่เหตุบังเอิญไม่ ที่เขาผู้นั้นจะต้องเสวยวิบากผล

โดยเฉพาะหลังจากกระทำเหตุ (กรรม) แรกลุล่วงแล้ว ยังคงดำเนินการกระทำเหตุที่สองที่สาม ฯลฯ ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เพิ่มขึ้น ๆ ซึ่งหมายความว่า กงกรรม (แห่งกุศล อกุศล หรือกรรมขาว ดำ) ได้หมุนไป ๆ อย่างต่อเนื่อง เท่ากับการสั่งสมวิบากผลให้พอกพูนขึ้น

ดังนั้น พิธีกรรม "สะเดาะเคราะห์สืบชะตา" คงเป็นได้เพียงการสร้างความสบายใจ เพียงผิวเผินเท่านั้น

แต่สิ่งที่ชาวพุทธ ควรตระหนักมากกว่านั้น คือกฏแห่ง "กรรม"

ซึ่งไม่มีใครหลีกพ้นกฎเหล็กนี้ได้เลย ไม่ว่าจะกี่อสงไขย

จึงสมควรที่จะให้ความสนใจ ศึกษา และนำมาประพฤติปฏิบัติกันให้ถูกต้องตรงตามหลักคำสอนของพระ พุทธองค์ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ประโยชน์โลก

ถ้าเรามัวถลำตัวอยู่ในรอยครรลองแห่งการกระทำทุจริต ผิดศีลธรรม โดยหลงเชื่อว่า หลังจากนั้นเราก็ไปแก้ กรรม สะเดาะเคราะห์ หรือทำพิธีสืบชะตา....แสดงว่าเราตั้งอยู่บนความประมาท บนความเสี่ยง เสี่ยงยิ่งกว่าการซื้อหวยเสียอีก!


ชีวิตของเรา เรากำหนด เราตั้งปณิธาน และเลือกทางดำเนินเองไม่ดีกว่าหรือ?


และไม่ว่าทางใดที่เราเลือกเดิน...เราต้องกล้าที่จะรับหรือเผชิญหน้ากับ "ผล" อย่างองอาจด้วยเช่นกัน

ดังกรณีของผู้กระทำผิดใด ๆ ที่ผิดทั้งศีลธรรม และผิดกฏหมาย หากหลักฐาน พยานครบถ้วนว่า "ทุจริต" จริง

คนทำผิดก็ย่อมต้องรับโทษ รับกรรมนั้น เป็นธรรมดา มิใช่หรือ?!


------


คนเรานั้นเมื่อได้ทำกรรมอันเป็นบาป หรือกรรมชั่วไว้แล้ว เขาผู้นั้นจะหนีรอดพ้นผลกรรมไปได้หรือไม่?...

พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดังนี้....

น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ
น นปพฺพตานํ วิวรํ ปวีสํ
น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส
ยตฺรฏฺฐิโต มุญฺเจยฺย ปาปกมฺมา.

บุคคลที่ทำกรรมชั่วไว้ หนีไปแล้วในอากาศ ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้, หนีไปในท่ามกลางมหาสมุทร ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้, หนีเข้าไปสู่ ซอกแห่งภูเขา ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้, (เพราะ) เขาอยู่แล้วใน ประเทศแห่งแผ่นดินใด พึงพ้นจากกรรมชั่วได้, ประเทศแห่งแผ่นดินนั้น

หามีอยู่ไม่.


อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปาปวรรคที่ ๙

อ่าน: 1,069
   แจ้งลบ
ตอนนี้ ส่วนกระดานพูดคุยในเว็บไซด์สยามของเรา อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องปิดการโพสต์คำถามใหม่ไว้ชั่วคราว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
ขอขอบพระคุณ