เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   
ภูมิภาคทั่วไป

ความสุขในวันมหามงคล

 

วันนี้เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา เป็นวันมหามงคลยิ่งสำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ

เพื่อน้อมระลึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ คือหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์สำคัญ

เกิดขึ้นพร้อมกัน ๔ ประการ คือ

พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง ๑,๒๕๐ รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย,

พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง,

พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา ๖,

และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓

ในประเทศไทยเรา มีการประกอบพิธีต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว

นอกเหนือจากได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทยแล้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" อีกด้วย และพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์)

จึงถือได้ว่าวันนี้เป็นวันมหามงคลยิ่ง

 




และเมื่อทราบข่าวในหลวงทรงหายจากอาการพระประชวร เสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตแล้ว ก็รู้สึกปลาบปลื้มปีติใจเป็นล้นพ้น

ดังข่าวระบุว่า
เมื่อเวลา ๒๐.๕๐ น. วันที่ ๒๗ ก.พ. (ค่ำวานนี้)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประทับรถเข็นไฟฟ้าพระที่นั่งลงจากชั้น ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยทรงอยู่ในฉลองพระองค์แจ็กเกตสีชมพู พระสนับเพลาสีดำ และในพระหัตถ์ขวาทรงถือสายจูงคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ซึ่งสวมเสื้อกล้ามสีฟ้าขลิบขาว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เข็นรถพระที่นั่งถวาย ไปยังลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยทรงนำพวงมาลัยถวายราชสักการะสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชบิดา

จากนั้น รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ได้เข็นรถพระที่นั่งผ่านทางลาดด้านอาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ และเสด็จฯ ยังศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี เพื่อนำพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประทับรถเข็นไฟฟ้าพระที่นั่ง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เข็นรถพระที่นั่งถวายไปยังท่าน้ำศิริราช เพื่อเสด็จฯ ไปสักการะพระพุทธเมตตาคุณากร

และใช้เวลาช่วงหนึ่งประทับบนรถเข็นพระที่นั่งประทับเพื่อทอดพระเนตรสายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและทัศนียภาพโดยรอบ

กระทั่งเวลา ๒๑.๒๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

นี้คือความปลาบปลื้มใจอย่างล้นพ้นของปวงชนชาวไทยโดยทั่วกัน นับเป็นวันมหามงคลอย่างที่สุด ยากจะหาใดเปรียบได้

 

 




ในท่ามกลางปัญหาทางการเมืองของคนเพียงบางเหล่า ดังสายหมอกสีเทา ๆ กระจัดกระจายให้บรรยากาศโดยรอบแลดูขมุกขมัว



แต่พลังแห่งความรักที่คนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะสว่างสดใสไปทั่วประเทศ พร้อมยังความสุขแก่หัวใจทุกดวง ด้วยพระบารมีของพ่อแห่งแผ่นดิน พระจริยวัตรอันงดงาม พระเมตตาที่พระองค์ทรงห่วงใยเกื้อกูลพสกนิกรไทยตลอด ๖๔ ปีแห่งการครองราชย์ ทรงเป็นบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ ทรงสอนและปฏิบัติให้เห็นเสมอมา

พระคุโณปการและพระกรุณาธิคุณแผ่ไพศาล ช่วยดลบันดาล สติปัญญา รู้คิด พูด ทำแต่สิ่งดีงามอันเป็นกุศล เป็นประโยชน์แก่ตนและชาติแผ่นดินของผองชนชาวไทย ด้วยความกตัญญูรู้คุณ สืบต่อไปชั่วกาลนาน

 

 



ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าศิตาลี

อ่าน: 380
   แจ้งลบ
ตอนนี้ ส่วนกระดานพูดคุยในเว็บไซด์สยามของเรา อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องปิดการโพสต์คำถามใหม่ไว้ชั่วคราว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
ขอขอบพระคุณ