เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   
ภูมิภาคทั่วไป

ด่วน!..วัดร้าง..ต้องการความช่วยเหลือ!

 

ข้าพเจ้ามีโอกาสกลับไปเยือนวัดร้างที่แสนร่มรื่นกลางสวนบางกรวยอีกครั้งหนึ่ง...

เคยเล่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาแล้วว่า...

สถานที่แห่งนี้ชื่อ "วัดเพลง" สันนิษฐานจากลักษณะสถาปัตยกรรมและลายปูนปั้นที่เหลือร่องรอยเพียงเลือนราง ว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และคาดว่าถูกทิ้งให้เป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๐ เมื่อคราที่พม่ายกทัพมาจากทางใต้ ผ่านระนองเข้าชุมพร โดยมีมังมหานรธาเป็นแม่ทัพ นำทัพผ่านเมืองนนทบุรี ได้ตั้งค่ายรบสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดเขมาภิรตาราม


ใบเสมา

...ในสมัยนั้นเรามีการทำมาค้าขายกับชาวตะวันตก เมื่อพม่ายกทัพมาถึงบริเวณวัดเขมาฯ ก็เจอกับเรือสินค้าของอังกฤษ พ่อค้าอังกฤษจึงขันอาสาไทยรบกับพม่า แต่กำลังของกองทัพพม่ามีมากกว่ากำลังของเรือพ่อค้าอังกฤษ เรือพ่อค้าอังกฤษจึงจำต้องถอยหนีออกอ่าวไทยไป ชาวบ้านในละแวกนั้นก็เกิดความหวาดกลัวจึงพากันอพยพหลบหนีทัพพม่า ทิ้งชุมชนและวัดเพลงให้ตกอยู่ในสภาพเป็นวัดร้างแต่ครานั้น


ซุ้มประตูเข้าโบสถ์


เสาปูนปั้น ลวดลายเลือนราง

ภายหลังแม้ผู้คนจะทะยอยกลับมาอาศัย ทำมาหากิน ทำสวนผลไม้กันแล้ว แต่ "วัดเพลง" ก็ยังคงสภาพเป็น "วัดร้าง" (ไม่ได้รกร้างเพราะพระหนีไปร่วมชุมนุม) แต่ร้างตั้งแต่ครั้งกระนั้นมา แม้ว่าที่ดินผืนนี้เป็นของกรมศาสนา...แต่กรมศาสนาเองมิได้บูรณะฟื้นฟูศาสนสถานเก่าแก่แห่งนี้ (มิทราบว่าเพราะเหตุผลใด)

    

ภาพความทรุดโทรม

ทางกรมศาสนาให้ชาวบ้านเช่าพื้นที่ทำสวนและอยู่อาศัยสถานที่แห่งนี้ จึงได้รับการดูแลโดยคุณยายสายและลูกหลาน ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินผืนนี้ ต่อ ๆ มา และปัจจุบันคุณลุงอนันต์ ปาลกะวงศ์ เป็นผู้ดูแลสืบต่อ


ผนังด้านนอกร้าว กระเทาะ

คราวนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้สนทนาถามไถ่เรื่องราวจากคุณลุงอนันต์ ซึ่งคุณลุงก็เล่าให้ฟังว่า.. "หลวงพ่อโต" คือองค์พระประธานดั้งเดิมซึ่งประดิษฐานในโบสถ์เก่าหลังนี้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยหินทรายแดงหุ้มปูนลงรักปิดทอง เป็นศิลปกรรมสมัยอู่ทอง ซึ่งได้รับการบูรณะโดยคุณดนัยและภรรยา (อดีตผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศไทย)

ด้านนอกของอุโบสถคงมีใบเสมาทำจากหินทรายแดง ซึ่งสึกหรอไปตามกาล ปรากฏเพียงลวดลายให้เห็นราง ๆ ส่วนเสมาใบอื่น ๆ (สาม-สี่ชิ้น)ที่ยังคงสภาพดี ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดสักใหญ่

นอกจากนี้ด้านข้างเยื้องไปด้านหลังโบสถ์ ยังพบสิ่งก่อสร้างซึ่งเชื่อว่าเป็นหอระฆังเก่าซึ่งปกคลุมด้วยต้นไม้รุงรังอีกด้วย

....สภาพปัจจุบันหากมองจากภายนอก จะเห็นว่าอุโบสถทรงสูงหลังนี้ ปกคลุมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เช่นต้นไทร และรากของต้นไทรใหญ่ ชอนไชแผ่คลุมเกาะยึดผนังโบสถ์ไว้โดยรอบ แทบจะบอกไม่ได้เลยว่าเป็นอุโบสถ ดูเหมือนดงไม้เบญจพรรณย่อม ๆ

ทว่าภายในอุโบสถสะอาดสะอ้านและร่มรื่น สงบเย็นมาก ๆ...แม้ว่าขณะนี้รอยแยกร้าวที่ผนังกำแพงเป็นร่องลึก ปรากฏให้เห็นหลายแห่ง ไม้ขื่อคานที่ค้ำผนังทั้งสองด้านที่คุณลุงอนันต์นำมาแก้ขัดค้ำไว้ ก็เริ่มโก่งงอ...ผนังสองด้านเริ่มเอียงเข้าหากัน..เสมือนจะบอกให้เรารู้ว่า..ความทนทานต่อแรงโน้มถ่วงและกาลเวลากำลังโรยล้าเต็มทีแล้วนะ..สาธุชน!


ขื่อไม้ที่เริ่มงอ ทานน้ำหนักไม่ไหว

คุณลุงอนันต์บอกว่าจะซ่อมแซมบูรณะ (กันผนังโบสถ์ล้ม)ในเร็ววันนี้ เพราะขณะนี้มีผู้ใจบุญบริจาคไว้ รวบรวมเงินได้แล้วประมาณสามหมื่นกว่าบาท แต่ไม่แน่ใจว่าจะพอหรือไม่? คุณลุงเล่าให้ฟังว่าทางกรมศิลป์ฯ เคยส่งคนมาดูและถามคุณลุงว่า จะซ่อมไปทำไม? ข้าพเจ้าฟังแล้วก็อึ้ง...(คิดเองว่าทางกรมศิลป์อาจมีงานใหญ่ ๆ จนล้นมือ หรือไม่มีงบประมาณ หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ก็อาจเป็นได้) แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างข้าพเจ้า สถานที่แห่งนี้คือร่องรอยที่ชัดเจนของประวัติศาสตร์ชาติ...แม้จะเป็นหนึ่งเสี้ยวของร่องรอย...ทว่าใช่จะไร้ความสำคัญต่อจิตวิญญาณ

ถึงขนาดปล่อยให้ล้มครืน กองเป็นซากอิฐซากปูนอยู่บนพื้นดิน...ข้าพเจ้าอยากจะช่วยคุณลุงทว่าไม่มีทุนทรัพย์

จึงได้แค่นำเรื่องราวนี้มาเล่าขาน เผื่อท่านใดมีจิตกุศล ต้องการช่วยเหลือคุณลุงค้ำยันโบราณสถานแห่งนี้กันตามกำลังอัตภาพ


คุณลุงอนันต์ ปาลกะวงศ์ ผู้ดูแลวัดเพลง

การเดินทางไปวัดเพลง

หากเริ่มต้นจากสี่แยกแคลายข้ามสะพานพระรามห้า เลยวิทยาลัยราชพฤกษ์ เลี้ยวซ้ายไปอำเภอบางกรวย ผ่านวัดสักใหญ่ สังเกตุทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปวัดเพลง

ถ้ามาจากถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนครอินทร์ ผ่านวงเวียนเพื่อมากลับรถใต้สะพานข้ามถนนบางกรวย-ไทรน้อย แล้วจึงกลับรถผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ และเลี้ยวซ้ายไปอำเภอบางกรวย

หรือสอบถามเส้นทางได้ที่ ๐๘-๑๖๕๗-๒๓๗๘

อ่าน: 891
   แจ้งลบ
ตอนนี้ ส่วนกระดานพูดคุยในเว็บไซด์สยามของเรา อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น จึงจำเป็นต้องปิดการโพสต์คำถามใหม่ไว้ชั่วคราว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก
ขอขอบพระคุณ