เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

ความเป็นมาของถนนสายต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ตอนที่ ๔

 
ถนนไมตรีจิตต์, ถนนมิตรพันธุ์, ถนนสันติภาพ

ถนนจากวงเวียน ๒๒ กรกฎา ถึง หัวลำโพงกรุงเทพมหานคร

ถนนไมตรีจิตต์

เป็นถนนที่สร้างพร้อมกับถนนมิตรพันธุ์และถนนสันติภาพ โดยแยกจากวงเวียน ๒๒ กรกฎาคม เรียกรวมว่าถนน ๒๒ กรกฎาคม สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำประเทศไทยเข้าร่วมรบกับฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ยุติลงโดยฝ่ายพันธมิตรได้รับชัยชนะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างถาวรวัตถุและพระราชทานนามให้มีความหมายเกี่ยวกับการเข้าร่วมสงคราม คือ วงเวียน ๒๒ กรกฎาคมซึ่งมีรัศมี ๒๐ เมตร เป็นวงเวียนแห่งแรกตั้งอยู่ระหว่างกลางถนน ๓ สาย เรียกว่าถนน ๒๒ กรกฎาคมทั้ง ๓ สาย และไม่ปรากฏว่าเป็นพระราชประสงค์ให้ใช้ชื่อ ๒๒ กรกฎาคมทั้งวงเวียนและถนนทุกสายที่ออกจากวงเวียน หรือเจ้าพนักงานนำไปใช้โดยเข้าใจผิด ทำให้ประชาชนสับสน เพราะเป็นถนนใหญ่และสำคัญ แต่ด้วยเหตุที่เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงมหาดไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระอาลักษณ์คิดชื่อถวาย โดยใช้เกณฑ์จากการประกาศสงครามซึ่งกรมพระอาลักษณ์ได้คิดชื่อถนนถวายว่า

ถนนไมตรีจิตต์ ชื่อถนนประชายุรยาตร จากถนนหลวงถึงถนนกรุงเกษม ถนนไมตรีจิตต์ หมายถึงไมตรีจิตต์ที่ไทยได้เข้าร่วมรบกับพันธมิตร
ถนนมิตรพันธุ์ ชื่อถนนทวยราษฎร์สัญจร จากถนนหลวงถึงสะพานนพวงศ์ ถนนมิตรพันธุ์ แปลงจากคำว่า พันธมิตรเป็นมิตรพันธ์หมายถึงผูกมิตร
ถนนสันติภาพ ชื่อถนนนาครครรไล จากถนนพลับพลาไชยถึงถนนกรุงเกษม ถนนสันติภาพหมายถึงเข้าร่วมรบเพื่อผดุงสันติภาพของโลก

ถนนจรัสเวียง, ถนนเจริญเวียง, ถนนจรูญเวียง, ถนนเจริญเมือง, ถนนจารุเมือง, ถนนจรัสเมือง

ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้คงชื่อวงเวียน ๒๒ กรกฎา ซึ่งวงเวียน ๒๒ กรกฎาหมายถึงวันที่ประเทศไทยประกาศสงครามเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัดถนนตั้งแต่ถนนราชดำริห์ตรงไปทางตะวันออกถึงถนนขวางที่ตั้งวิทยุโทรเลขไปบรรจบถนนพระรามที่ ๕ พระราชทานนามว่าถนนวิทยุ (ชาวต่างชาติเรียกว่า Wireless Road และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน)

มีการตัดถนนในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ตำบลตรอกซุง ถนนสาธรรวม ๓ สาย คือ

สายที่ ๑ ตั้งแต่ถนนสาธรไปบรรจบถนนตรอกไก่ พระราชทานนามว่า "ถนนจรัสเวียง"
สายที่ ๒ ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงไปบรรจบกับถนนสายที่ ๑ พระราชทานนามว่า "ถนนเจริญเวียง"
สายที่ ๓ ตั้งแต่ถนนสายที่ ๑ ไปบรรจบถนนสุรศักดิ์ พระราชทานนามว่า "ถนนจรูญเวียง"

มีการตัดถนนในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ตำบลวัดดวงแข รวม ๓ สาย คือ

สายที่ ๑ ต่อจากถนนที่ตัดไว้เดิมในบริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปบรรจบกับถนนรองเมือง พระราชทานนามว่า "ถนนเจริญเมือง"
สายที่ ๒ ตั้งแต่ถนนพระรามที่ ๔ ไปบรรจบกับถนนสายที่ ๓ ตอนกลาง พระราชทานนามว่า "ถนนจารุเมือง"
สายที่ ๓ ตั้งแต่ถนนพระรามที่ ๖ ไปบรรจบกับถนนรองเมือง พระราชทานนามว่า "ถนนจรัสเมือง"

ถนนพระอาทิตย์, ถนนพระจันทร์, ถนนพระสุเมรุ, ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ

ถนนพระอาทิตย์ ถนนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถึงถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นชื่อถนนที่ได้นามมาจากชื่อป้อมพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นป้อมปราการ ๑ ใน ๑๔ ป้อม ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี ต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ความจำเป็นในการมีป้อมปราการไว้ป้องกันพระนครก็หมดไป ป้อมพระอาทิตย์ จึงถูกรื้อไป ปัจจุบันชื่อป้อมพระอาทิตย์ได้นำมาเป็นชื่อ ถนนพระอาทิตย์ ซึ่งตัดผ่านบริเวณป้อมพระอาทิตย์

ถนนพระจันทร์ ตั้งต้นจากถนนหน้าพระธาตุ ถึงท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นถนนที่มีมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่เป็นลักษณะถนนพูนดินให้สูงขึ้น ยังไม่เป็นลักษณะของการปูอิฐ หรือมีทางระบายน้ำ ลักษณะเช่นนี้เริ่มสร้างในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถนนพระจันทร์เป็นถนนเลียบกำแพงพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้าด้านทิศใต้ เริ่มต้นจากปลายถนนหน้าวัดมหาธาตุบริเวณหน้าพระราชวังบวรสถานมงคลเลียบพระราชวังไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งต่อมาได้ถูกรื้อไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ขยายถนนเดิมให้กว้างขึ้น ทรงเริ่มสร้างถนนใหม่รอบพระบรมมหาราชวัง และถนนเลียบกำแพงพระนครด้านในจนเชื่อมถึงกัน เริ่มจากถนนเดิมคือ ถนนพระจันทร์ไปถนนพระอาทิตย์ ถนนพระสุเมรุ ถนนมหาไชย ถนนจักรเพชร และถนนมหาราช ซึ่งชื่อถนนเหล่านี้มาจากชื่อป้อมบนกำแพงพระนครทั้งสิ้น

ถนนพระสุเมรุ ตั้งต้นจากถนนพระอาทิตย์ถึงถนนสิบสามห้าง และจากถนนราชดำเนินกลางถึงถนนบวรนิเวศ แขวงบางลำพู เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ได้นามมาจากชื่อป้อมปราการที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งมี๑๔ ป้อม คือ ป้อมพระสุเมรุ ป้อมยุคนธร ป้อมมหาปราบ ป้อมมหากาฬ ป้อมผีเสื้อ ป้อมมหาฤกษ์ ป้อมมหายักษ์ ป้อมพระจันทร์ ป้อมพระอาทิตย์ ป้อมอิสินธร เพื่อป้องกันบ้านเมือง แต่เมื่อป้อมปราการหมดความจำเป็น เพราะบ้านเมืองเจริญขึ้นจึงถูกรื้อถอนไป ป้อมพระสุเมรุ และป้อมมหากาฬ คือ ป้อม ๒ ป้อมที่ยังคงเหลืออยู่ ชื่อป้อมพระสุเมรุได้นำมาตั้งเป็นชื่อถนนพระสุเมรุ

ถนนหน้าพระลาน ตั้งต้นจากปลายถนนราชดำเนินใน ต่อถนนสนามไชยที่มุมป้อมเผด็จดัสกรไปตามกำแพงพระบรมมหาราชวังตัดกับถนนมหาราชไปสุดที่ท่าช้างวังหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นโดยขยายจากถนนเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่เป็นถนนพูนดินสูง ได้ชื่อถนนหน้าพระลานเพราะเป็นถนนที่อยู่หน้าพระลานพระบรมมหาราชวัง

ถนนหน้าพระธาตุ ตั้งต้นจากถนนหน้าพระลานถึงถนนราชินี เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นถนนที่มีมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่เป็นลักษณะถนนที่พูนดินให้สูง เป็นถนนเชื่อมระหว่างพระราชวังหลวงกับพระราชวังหน้า ใช้เป็นเส้นทางเสด็จของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลไปยังพระบรมมหาราชวัง ผ่านวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จึงชื่อว่า ถนนหน้าพระธาตุ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม

แหล่งข้อมูล

วารสาร "นครบาลวันนี้", พ.ต.ท.ยอดชาย ผู้สันติ รอง ผกก.๒ บก.จร.

 

 

อ่าน:  2,255

 

ประกันภัยรถยนต์