เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

ตลาดท่าเตียน

 

ท่าเตียน สมัยก่อนมีชื่อเรียกว่าอะไรไม่ทราบ แต่ที่ได้ชื่อว่า "ท่าเตียน" มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งท่าเตียนนี้เป็นชุมชนที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เรียกว่า "ชุมชนบางกอก" ในสมัยรัตนโกสินทร์บริเวณท่าเตียนแห่งนี้เคยเป็นตลาดท้ายสนมหรือตลาดท้ายวังมาก่อน และเป็นตลาดที่มีความคึกคัก มีเรือมาจอดเทียบท่าส่งของและค้าขายกันเต็มท่า ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางตลาดขนส่งสินค้าทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ ฯแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญในการคมนาคมทางน้ำอีกด้วย ไม่ว่าใครจะเดินทางไปไหนมาไหน หรือจะไปต่างประเทศก็ตามก็ต้องมาขึ้นลงเรือที่ท่านี้ทั้งสิ้น

และตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็เต็มไปด้วยเรือนแพของชาวบ้านที่มาอาศัยอยู่และค้าขายในแถบนี้ จนในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ที่โรงของพระองค์เจ้ามหาหงส์ในกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ และได้ลุกลามไปทั่วบริเวณบ้านเรือนแถบนั้น การดับเพลิงสมัยก่อนนั้นทำได้ยาก เพราะที่ทางคับแคบบวกกับชาวบัานต่าสพากันขนข้าวของของตนเอง ไม่มีใครช่วยกันดับเพลิง จนกระทั่งลุกลามไปจนถึงวัดพระเชตุพนฯ คนในบริเวณยั้ยสามารถสกัดดับเพลิงไว้ได้ ทำให้บริเวณท่าเรือ เรือนแพต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำ ตลาดท้ายวัง วังของเจ้าขุนมูลนาย และบริเวณใกล้เคียง ถูกเผาเรียบเป็นหน้ากลอง จึงสันนิษฐานว่าด้วยเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ จึงเป็นมูลเหตุที่มาของชื่อ "ท่าเตียน"

แต่ก็ยังมีข้อสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์บางท่านว่า ท่าเตียนน่าจะมาจากคำว่า "ฮาเตียน" ในภาษาเวียดนาม ซึ่งในอดีตท่าเตียนเคยเป็นชุมชนของชาวเวียดนามมาก่อน โดยท่าเตียนครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งชุมชนที่เป็นศูนย์รวมทั้งวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การคมนาคม ในอดีต หลังจากที่ตลาดสดได้ย้ายจากท่าเตียนไปอยู่ที่ปากคลองตลาดแล้ว ท่าเตียนก็เหลือแต่ตลาดปลาเค็ม กับร้านค้าของชำที่นับวันจะยิ่งเหลือน้อยลงทุกที

ตึกเก่าแก่ทรงยุโรปสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้สร้างตึกแบบยุโรปขึ้นตรง ท่าโรงโม่ หรือซอยทางเข้าท่าเรือข้ามฟากท่าเตียน ซึ่งจะสร้างเป็นตัวยูไปทางซอยท่าเรือแดง ส่วนตรงกลางตึกรูปตัวยูคือตลาดท่าเตียน ส่วนตึกที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ จะอยู่แถวซอยประตูนกยูง แต่ยังมีตึกที่เก่ากว่านั้นตรงใกล้ๆ ซอยประตูนกยูง ที่เคยเป็นอู่จอดเรือของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส แถวนั้นจึงมีห้องพักของพวกฝีพาย เป็นอาคารชั้นเดียว ๑๑ ห้อง ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งสถาปัตยกรรมเก่าแก่เหล่านี้ทางชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันอนุรักษ์รักษาไว้

อาคารบ้านพักของเหล่าฝีพายในสมัยรัชกาลที่ ๓

นอกจากนั้น ท่าเตียนนี้เอง ที่เป็นแหล่งกำเนิดเพลงไทยสำเนียงลาวอันอมตะนั้นก็คือ "เพลงลาวดวงเดือน" (เพลง "ลาวดวงเดือน" เดิมชื่อว่า เพลง"ลาวดำเนินเกวียน" ซึ่งเป็นเพลงที่ทรงพระนิพนธ์โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม หรือพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๓๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ด้วยเหตุที่ท่าเตียนนี้เคยเป็นที่อยู่ของขุนนางและเจ้าขุนมูลนายหลายพระองค์รวมทั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมด้วย ต้นเหตุของการนิพนธ์เพลงนี้เนื่องจากว่าครั้งหนึ่งกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมได้เสด็จไปยังเชียงใหม่ และเกิดชอบพอกับเจ้าหญิงชมชื่น พระธิดาองค์โตของเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยะวงศ์ เจ้านครเชียงใหม่ ทรงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเฒ่าแก่เจรจาสู่ขอ แต่ได้รับการทัดทาน ไม่มีโอกาสที่จะได้สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้ามาก และได้ทรงพระนิพนธ์เพลงนี้ขึ้น เพื่อเป็นการระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น แต่ด้วยเนื้อเพลงมีคำว่าดวงเดือนอยู่หลายคำ จึงได้เรียกเพี้ยนกันมาจนกลายเป็นชื่อเพลง "ลาวดวงเดือน"

ท่าเตียนนี้สมัยก่อนจะมีร้านขายเหล้าเล็กๆ แต่สรรพคุณมากล้น ซึ่งจะมีนายพลเรือทั้งหลายนิยมมานั่งกินเหล้ายาดองแล้วใช้ริมฟุตบาทถนนฝั่งตลาดท่าเตียนเป็นเวทีบรรเลงเพลงไทยกันเป็นประจำ มานั่งตีขิมริมถนน ซึ่งภาพเหล่านั้นหาดูที่ไหนไม่ได้นอกจากที่ท่าเตียน ท่าเตียนจึงเป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของวัฒนธรรมในยุคนั้น "เมื่อประมาณ ๕๐ กว่าปีก่อนสมัยที่ลุงยังเด็กๆ ตลาดท่าเตียนคึกคักมากแทบจะเดินชนกันเลย แถวๆ นี้ ตรงซอยประตูนกยูงเคยมีร้านทำท็อฟฟี่ทั้งแถวเลย แต่ที่ต้องเลิกไปเพราะตอนหลังเขาใช้เครื่องจักรทำได้ปริมาณที่เยอะกว่าเร็วกว่า แรงงานคน"

ร้านค้าปลาแห้ง-ปลาเค็มในตลาดท่าเตียน

ร้านโชว์ห่วยในย่านท่าเตียน

เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป ท่าเตียนจากแหล่งชุมชนที่เคยเป็นศูนย์รวมทั้งวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การคมนาคม ได้ซบเซาลงหลังจากที่เกิดตลาดย่อยขึ้นมาเยอะ และการคมนาคมสะดวกขึ้นคือมีการสร้างถนนทำให้การสัญจรทางน้ำลดบทบาทลง โดยเฉพาะหลังจากตลาดสดย้ายจากท่าเตียนไปอยู่ที่ปากคลองตลาดแล้ว ที่ท่าเตียนก็เหลือแต่ตลาดปลาเค็มกับ ร้านค้าของชำที่นับวันจะยิ่งเหลือน้อยลงทุกที ซึ่งก็ค่อนข้างที่จะเงียบเหงาผิดกับแต่ก่อน ท่าเรือที่เคยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำก็เหลือเพียงท่าเรือข้ามฟากจากฝั่งท่าเตียนไปยังฝั่งวัดอรุณฯ วัดแจ้ง) สิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่หลายรัชกาลก็ยังคงมีอยู่บ้างในชุมชนท่าเตียน ซึ่งหากคนที่ไม่รู้จักเรื่องราวประวัติความเป็นมาของชุมชนนี้ก็คงจะไม่สังเกตและไม่รู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของท่าเตียนชุมชนอันเก่าแก่คู่วัดโพธิ์แห่งนี้

ท่าเตียนตั้งอยู่บนถนนมหาราช ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ

ท่าเตียน ตั้งอยู่บนถนนมหาราช ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีท่าเรือข้ามฟากท่าเตียน-วัดอรุณ และท่าเรือด่วนเจ้าพระยา

แหล่งข้อมูล

ชื่อนี้มีที่มา เล่ม ๓ : กรุงเทพมหานคร, สำนักพิมพ์ เพื่อนเรียน.
manager.co.th ข้อมูล และ ภาพ.
ศิตาลี, ภาพ.

 

 

อ่าน:  5,887