เว็บไซด์  บทความ  กระทู้   

ภาพสัตว์หิมพานต์ ตอนที่ ๒

 
ช้างเผือกเขียว

อธิบายเรื่องสัตว์ป่าหิมพานต์นี้ มีปรากฏใน "สาส์นสมเด็จ" พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟัากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีโต้ตอบกันดังต่อไปนี้

สาส์นสมเด็จ ฉบับวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๓ สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า

"พิเคราะห์ดูรูปสัตว์ที่เขียนสัตว์อย่างเดียวคิดกันไปต่าง ๆ นั้น หม่อมฉันเห็นว่าน่าจะผิดแต่ช่างเขียนไม่เคยเห็นสัตว์ซึ่งเขียนนั้น ได้ฟังแต่คำพรรณนาลักษณะ หรือได้เห็นแต่รูปภาพที่เขียนผิดมาแล้ว ก็เขียนตามนึกว่าตัวจริงจะเป็นอย่างไร บางทีก็แก้ใขบ้างให้ลักษณะสมกับฤทธิ์เดชของสัตว์อย่างนั้น ช่างที่ไม่มีความคิดก็เป็นแต่เขียนจำลองตามรูปภาพที่ได้เห็นคนอื่นเขาเขียนไว้

มีอุทาหรณ์ที่เคยเห็นมาเองครั้ง ๑ ในตำรารูปสัตว์หิมพานต์ ที่ทำแห่พระบรมศพไปสู่พระเมรุ

แรด

รูปแรด เขียนตามลักษณะที่บอกต่อ ๆ กันมา มีงวงคล้ายตัวสมเสร็จ ครั้นเมื่อต้นรัชกาลที่ ๕ เจ้าเมืองน่านได้ลูกแรดเลี้ยงเจ่องแล้วส่งลงมาถวายตัว ๑ คนในกรุงเทพฯ เพิ่งได้เห็นแรดจริง ในครั้งนั้น เคยเอาบุษบกเพลิงตั้งบนหลังแรดตัวนั้นแห่พระศพครั้ง ๑ ท่านคงจะทรงจำได้ แต่นั้นรูปแรดในตำราสัตว์หิมพานต์ก็ถูกรุ

รูปช้าง แต่ก่อนก็ไม่รู้กันว่ามีกี่พันธุ์ รูปภาพช้างที่ช่างชาวอินเดียตลอดมาจนช่างพม่า มอญ ไทย และเขมร เขียนละม้ายคล้ายคลึงกัน ก็เพราะมีช้างพันธุ์เอเซียอยู่ทุกประเทศเหล่านั้น ซ่างจีนเขียนรูปช้างรูปร่างเชือนไปก็เพราะในประเทศจีนไม่มีช้าง ช่างฝรั่งแต่ก่อนเขียนรูปข้างใบหูใหญ่หลังกุ้ง เราก็เยาะว่าไม่รู้จักช้าง ภายหลังจึงรู้ว่าเขาเขียนตามรูปช้างอาฟริกา ซึ่งเป็นช้างพันธุ์หนึ่งต่างหาก

กาฬะสิงหะ

รูปราชสีห์ ยิ่งแตกต่างกันมาก ราชสีห์ไทย สิงห์ไทย สิงห์เขมร สิงโตจีน ก็หมายความว่า ราชสีห์ทั้งนั้น แต่ช่างไม่เคยเห็นตัวราชสีห์ (Lion) ก็เขียนกันไปต่าง ๆ ตามเคยได้ยินคำพรรณนา ได้เค้าแต่ว่าผิดกับเสื้อที่มีขนปุกปุยตั้งแต่หัวลงมาตลอดคอ แต่ซ่างไทยคิดไม่เห็นเช่นเขมรและจีนจึงเลยเขียนขนคอเป็นครีบและกระหนก มีเรื่องโบราณคดีปรากฏว่า ทูลกระหม่อมมีพระราชประสงค์จะให้ไทยรู้ว่าราชสีห์จริงเป็นอย่างไร โปรดให้หาซื้อตัวราชสีห์ที่ทำเป็นหุ่นในยุโรป เอมเปอเรอ นโปเลียนที่ ๓ ทรงทราบพระราชประสงค์ จึงส่งเข้ามาถวายในเครื่องบรรณาการ ปรากฏอยู่ในรูปเขียนราชทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้าที่พระที่นั่งอนันตสมาคม แต่ก็ไม่สำเร็จประโยชน์ไปถึงการช่างต่าง ๆ ยังเขียนเป็นรูปราชสีห์ไทยอยู่อย่างเดิม

ถึงช่างต่างชาติเขียนรูปแรด ช้าง ราชสีห์ ต่าง ๆ กันก็อาจจะรู้ว่าผิดตรงไหน เพราะสัตว์นั้น ๆ ยังมีอยู่ แต่มังกรนั้นมีอยู่เพียงในความคิดไม่มีตัวจริง น่าจะเป็นเพราะไม่มีตัวจริงนั่นเอง จึงเลยเชื่อว่ามีฤทธิ์เดช และเดาลักษณะรูปสัตว์อื่น ๆ มีช้างและจระเข้เป็นต้น เอาเข้ามาเขียนรูปมังกร ให้สมฤทธิ์เดชไปต่าง ๆ คงหลักแต่ว่าเป็นเค้าเดียวกับสัตว์พวกจิ้งเหลนและจระเข้ ที่ฝรั่งอ้างว่าจิ้งเหลนยักษ์เป็นมังกรนั้น ก็หมายความว่าเพียงว่าเป็นต้นพันธุ์ ของสัตว์พวกจิ้งเหลน ของสัตว์พวกจิ้งเหลนเท่านั้น

เหรา โดยลำพังศัพท์จะเป็นภาษาใดก็ไม่รู้ เมื่อไม่รู้ว่าภาษาใดก็สมมุติโดยลำพังคติที่ไทยเราเข้าใจกัน จะเป็นงู หัวเหมือนมังกร หรือมีตีนอย่างพวกจิ้งเหลน ถ้าอยู่ในพวกจิ้งเหลนจะผิดกับมังกรอย่างไรรูปภาพเหราที่หม่อมฉันนึกได้ก็แต่เรือพระที่นั่งเหรา ที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถาน ก็ไม่มีอะไรที่จะเอาเป็นหลักลงความเห็นเป็นยุติได้ ในเรื่องรูปสัตว์ที่ไม่มีตัวจริง ฝรั่งก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกับเราจึงยังมีรูปสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งไม่มีตัวจริง เรียกชื่อต่าง ๆ เหมือนอย่างสัตว์หิมพานต์ เช่น Dragon Unicorn เป็นต้น และคงทำรูปเขียน รูปปั้นสตว์เหล่านั้นอยู่ในเครื่องประดับ"

แหล่งข้อมูล

ภาพสัตว์หิมพานต์, จากสมุดไทยดำ ของหอสมุดแห่งชาติ. (ข้อมูลและภาพ)

 

 

อ่าน:  4,106